การขายสบู่ออนไลน์เป็นเรื่องที่ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่มีเงินไม่ถึงหมื่นก็สามารถลงทุนได้แล้ว เพราะมีบริการที่จะผลิตสบู่ให้เรา ทำให้เราทุกอย่างเพียงแค่เราเลือกแพ็คเกจที่เราต้องการและจ่ายเงิน ที่เราต้องทำต่อจากนี้ก็แค่นำไปขาย เหมะสำหรับการทำเป็นอาชีพเสริม หรือถ้าขายดีมาก ๆ ก็อาจจะทำเป็นอาชีพหลักเลยก็ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้เราสำเร็จจริง ๆ นั้นคือทำการตลาดต่างหาก คุณลองคิดดูว่าใครจะมาซื้อของ ๆ คุณถ้าเขาไม่รู้ว่ามีของ ๆ คุณอยู่ นอกเสียจากว่าจะไปเดินสายขายคนที่รู้จัก ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะได้เพราะเป็นคนรู้จักแต่รายได้แบบนี้ไม่ยั่งยืน และไม่มั่นคงด้วย

ดังนั้นสิ่งที่ควรทำหลังจากที่ได้สินค้ามาแล้วคือการเปิดหน้าร้านออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างเช่นร้านค้าใน Facebook เป็นต้น เพราะมันเป็นตัวที่มีคนเข้าออกเยอะและมีโอกาสที่จะเห็นสินค้าเรามากกว่าที่อื่น เพียงแค่เราแชร์หน้าเว็บลงเพจตัวเองบ่อย ๆ หรือเลือกที่จะลงทุนแบบจริงจังผ่านการซื้อโฆษณาชอง Facebook ที่มีให้เลือกตามงบประมาณ ตั้งแต่ 100 – 1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเงินหนาแค่ไหน งบที่มากหมายความว่าโฆษณาของเราจะมีโอกาสแสดงได้นานขึ้นในกลุ่มที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสให้คนสนใจเข้ามาซื้อสินค้าของเรา

การลงทุนถ่ายรูปสวย ๆ ของสินค้าเราด้วยตัวเอง เป็นอีกวิธีสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ไม่ใช่เอารูปใครที่ไหนไม่รู้มาโพสลงเหมือนกันไปหมดทุกร้าน แน่นอนว่าเราจ้างผลิตมาเราก็ต้องมีดีไซน์ของตัวเอง ดังนั้นก็ต้องมีการถ่ายรูปผลิตภัณฑ์สบู่ของตัวเองลงในเว็บ ถ้าหากอยากประหยัดทุนก็ใช้กล้องมือถือเรา หรือยืมกล้องถ่ายรูปเพื่อนก็ได้ แต่ถ้าลงทุนอีกหน่อยก็ไปถ่ายในสตูดิโอจ้างเขาตกรูปเสร็จลงรูปได้ผลงานแบบมือโปร หรือจะเป็นการไลฟ์สดคู่กับตัวสินค้าพร้อมกับอธิบายสรรพคุณต่าง ๆ อาจกระตุ้นด้วยการทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมในช่วงแรกช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่มองหาโรงงานผลิตสามารถเสริจหาได้ตามอินเตอร์เน็ตโดยมีแพคเกจเริ่มตั้งแต่ 5,000 – 10,000 บาท โดยทางโรงงานจะแบ่งมาเป็นชุดให้ เราสามารถที่จะเลือกได้ว่าใช้สูตรอะไร ผสมอะไร บางเจ้ามีแถมสติ๊กเกอร์มาให้ด้วย ซึ่งอาจจะต้องส่งแบบไปให้แต่ส่วนใหญ่โรงงานมักจะรับออกแบบให้อยู๋แล้วด้วย การขายสบู่เป็นการลงทุนที่ไม่ใช้เงินเยอะ และเป็นสินค้าที่เก็บได้นานสามารถขายได้ตลอดทั้งปี มีกำไรดี ยิ่งเราสั่งเยอะราคาต่อหน่วยก็จะยิ่งถูกทำให้กำไรมากขึ้นตามไปด้วย ใครสนใจก็ลองไปสอบถามโรงงานดูได้ครับ

admin | krittipongpond@hotmail.com

Related Posts

‘ธุรกิจขายตรง’ เป็นธุรกิจเน้นทำตลาดสินค้า ในรูปแบบของการนำเสนอขายต่อผู้ซื้อโดยตรง ปราศจากพ่อค้าคนกลาง และตัวแทนของบริษัทจะได้รับผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์การยอดขาย อีกทั้งยังได้จากยอดรวมของทีมงานอีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกับบริษัทขายตรงที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยกัน ว่าจะมีเจ้าไหนบ้าง Amway Corporation บริษัทขายตรงที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ โดยมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทแห่งนี้มีทั้งความเก่าแก่ , สินค้าคุณภาพเยี่ยม และมีตัวแทนคับคั่งมาโดยตลอด ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1959 โดย Amway มีคุณสมบัติโดดเด่นทางด้านผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังได้ทุ่มเทวิจัย รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่ ซึ่งมีห้องทดลองที่สร้างขึ้นมาสำหรับการวิจัยและค้นคว้าสินค้า Amway ที่มีคุณภาพ ผ่านการรองรับของนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการวิจัย , ค้นคว้าและพัฒนา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจสอบมากกว่า 500 ชีวิต นอกจากนี้ยังครอบครองสิทธิบัตรมากถึง 700 สิทธิบัตร และแน่นอนว่าผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง  Giffarine เป็นหนึ่งบริษัทขายตรงที่มีชื่อเสียงไปในทางยอดเยี่ยม จัดเป็นธุรกิจเครือข่ายชั้นนำซึ่งมีความแข็งแกร่งครบทุกด้าน และสร้างภาพจำในแง่บวกให้แก่บุคคลทั่วไปเป็นอย่างดี ถือกำเนิดขึ้นมาจากความมุ่งมั่นของเหล่าคณะแพทย์ รวมทั้งเภสัชกรที่ร่วมกันคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ Giffarine โดยผ่านการรับรองถูกต้องตามหลักวิชาการทุกประการ ผู้ก่อตั้งยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความจริงใจ อีกทั้งยังมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์ โดย Giffarine มียอดขายเจริญเติบโตอย่างก้าวหน้าเพราะเกิดมาจากการวางแผนทางการตลาดอันมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร รวมทั้งแผนการขายอันมีประสิทธิภาพ จนกกระทั่งสามารถสร้างประสิทธิภาพให้แก่นักขายของ Giffarine ได้อย่างเปี่ยมล้น […]

เมื่อเกิดการเริ่มต้นในการลงทุนทำธุรกิจ แน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจย่อมอยากจะพาธุรกิจของตนเอง ก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น หากแต่อย่างไรก็ตามการทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นผู้ประกอบธุรกิจจำต้องสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตัวเองกันเสียหน่อย เพื่อเป็นการกระตุ้นพร้อมพาตนเองก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างถูกวิธี มีความรักต่อธุรกิจของตัวเอง ความสำเร็จ คือ สิ่งที่คุณต้องการต้องสร้างด้วยความมุ่งมั่น จริงจัง หากแต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องทำงานด้วยความรัก และความสนุกสนาน เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มารวมกันจะทำให้คุณไม่ย่อท้อ สามารถก้าวข้ามผ่านจุดที่ยากลำบากไปได้อย่างราบรื่น หานิยามให้แก่ธุรกิจของตัวเองให้ได้ แนะนำให้คุณตั้งคำถามว่า ธุรกิจของคุณคืออะไร ? พร้อมหาคำนิยามสั้นๆ ให้แก่ธุรกิจของคุณ โดยถ้าคุณรู้แล้ว สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตัวบอกให้คุณได้ทราบว่า ตนเองควรจะเดินไปในทิศทางไหน อีกทั้งยังเป็นการสื่อสารให้ลูกค้าได้รู้ว่าคุณกำลังขายอะไร อีกทั้งยังง่ายต่อการกำหนดกลุ่มลูกค้าอีกด้วย นำเสนอคุณค่าไม่ใช่ราคาเท่านั้น คราวนี้เมื่อคุณรู้แล้วว่ากลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร และสินค้าของคุณเข้าไปตอบสนองความต้องการของชีวิตของเขาได้อย่างไรแล้ว คราวนี้ให้คุณมาวิเคราะห์ว่าคุณจะมอบคุณค่าอะไรให้กับเขาดี ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการมือใหม่หลายๆคนมองข้ามไป เนื่องจากคิดถึงแต่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียว หากแต่คุณค่าจะทำให้ลูกค้าเชื่อใจธุรกิจของคุณในระยะยาว อย่ากลัวความล้มเหลว ถ้าคุณต้องการทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง จงอย่ากลัวความล้มเหลว ! เนื่องจากความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป หากแต่เป็นโอกาสที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้พร้อมเติบโต คุณต้องทำความเข้าใจว่าต่อให้คุณทำดีที่สุดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพบกับความสำเร็จเสมอไป หากแต่ให้นำความล้มเหลวนี้มาเป็นประสบการณ์อันแสนมีค่า พร้อมพยายามลงมือแก้ไขให้ดีขึ้นในอนาคตจะดีกว่า ที่จะมานั่งโทษตัวเอง อะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ ฟื้นตัวให้เร็วถ้าผิดพลาด เป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจบางครั้งก็ต้องพบกับคำว่า ‘ล้มเหลว’ ถ้าเป็นเช่นนั้นขอให้คุณอย่ามัวแต่เสียใจ และโทษตัวเอง หรือปล่อยตัวเองให้พบกับความเศร้ามากจนเกินไป คุณต้องปรับทัศนะคติตัวเองให้คิดในแง่ดี อีกทั้งให้นำความผิดพลาดนั้นมาวิเคราะห์พร้อมเรียนรู้ แล้วนำไปพัฒนาธุรกิจของตัวเองดีกว่า มีความเชื่อมั่นในตนเอง […]

‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ จัดเป็นวิธีหนึ่งของกลยุทธ์ในการขยายตลาด รวมทั้งสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจนั้นๆ ด้วยการผ่านผู้ประกอบการอิสระ ทางด้านผู้ขายก็จะให้สิทธิเครื่องหมายทางการค้าไป รวมทั้งการสอนงานต่างๆ ซึ่งผู้ขาย ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ ของตนจะต้องมีเครื่องหมายการค้าเสียก่อน อีกทั้งจะต้องมีวิธีดำเนินธุรกิจในทุกสาขาให้อยู่ภายใต้ความเป็นระเบียบทางด้านมาตรฐานเดียวกันอย่างเป็นระบบอีกด้วย  ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ หนึ่งในธุรกิจน่ารู้ โดยการจัดธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ กับผู้ที่ต้องการมาซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุน อันเป็นค่าสิทธิในการประกอบธุรกิจ รวมทั้งการใช้ตราสินค้าของธุรกิจนั้นๆภายใต้ข้อกำหนด โดยผู้ขายแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะเสนอขายบริการต่างๆ เพื่อเป็นการตอบแทนกับรายจ่ายนี้ เพื่อการอำนวยความสะดวกสบายต่อการทำธุรกิจ อีกทั้งยังมีการอบรมบริการต่างๆที่มีประโยชน์อีกด้วย นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ซื้อต้องจ่ายในธุรกิจแฟรนไชส์อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ เงินสำหรับจัดการธุรกิจ ซึ่งเป็นค่าสิทธิต่อเนื่องจากการดำเนินธุรกิจ เปรียบได้ดั่งภาษีทางธุรกิจนั่นเอง โดยตามปกติแล้วผู้ซื้อแฟรนไชส์จะจ่ายเงินให้แก่ ผู้ขายแฟรนไชส์เป็นรายเดือน โดยมีการคิดจากสัดส่วนของยอดขายในแต่ละเดือน และทางผู้ขายแฟรนไชส์ ก็อาจมอบคุณประโยชน์ด้วยการให้บริการต่างๆที่เอื้อต่อความสะดวกสบาย ยกตัวอย่างเช่น การจัดรายโฆษณา , การสนับสนุนการขาย เป็นต้น ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ ต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่… มีทั้งผู้ซื้อ – ผู้ขายแฟรนไชส์ โดยเป็นความสัมพันธ์เกื้อกูลกันระหว่าง 2 ฝ่าย ที่มีการตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรในการทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งต้องมีสัญญาให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฏหมาย เพื่อสร้างระบบแฟรนไชส์ในตลาดให้มีมาตรฐาน มีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของเครื่องหมายการค้า รวมทั้งการบริการต่างๆ […]