กลยุทธ์จูงใจใช้เงินล่อเมื่อคนอยากรวย วิธีการนี้เป็นภัยร้ายในสังคมไทยที่มีมาให้เห็นกันมาตลอด นั้นก็คือกระบวนการล่อเหยื่อ แชร์ลูกโซ่ ที่ใช้วิธีหว่านล้อมทำธุรกิจร่วม หรือแฝงผลประโยชน์ในรูปแบบอื่นๆ ยิ่งในยุคปัจจุบันการสื่อสารผ่านออนไลน์รวดเร็ว ยิ่งมีมิจฉาชีพแฝงตัวได้ง่าย ยิ่งสร้างเครือข่ายได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้มีคนหลงเชื่อมากขึ้นเท่านั้น จนเหยื่อรู้ตัวอีกทีก็โดนต้มตุ๋มได้อย่างแนบเนียน

แชร์ลูกโซ่ คืออะไร

แชร์ลูกโซ่ คือการระดมทุนจากประชาชน อ้างว่าไปลงทุนทำธุรกิจที่มีกำไรดี ผลตอบแทนสูง ทำกันเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ เป็นทอดๆ กันเป็นลูกโซ่ แต่ความจริงแล้วคือการหาสมาชิกใหม่ให้ได้มากๆ เพื่อนำเงินรายใหม่ไปจ่ายให้รายเก่า สุดท้ายหมุนเงินไม่ทัน ก็เลื่อนปันผลตอบแทน แต่หลายกรณีที่ตกเป็นข่าว กลับตกเป็นเหยื่อหลอกลวง หลบหนีสมาชิก เชิดเงินหนี สูญเงินร่วมนับล้าน

ลักษณะแชร์ลูกโซ่

  1. การระดมทุน เปิดรับสมัครสมาชิกร่วมลงทุน ยิ่งลงทุนมากยิ่งผลตอบแทนมาก และยิ่งเป็นตัวแทนหาสมาชิกได้อีก ยิ่งได้โบนัสเพิ่ม
  2. จัดอบรมสัมมนา การจัดอบรมรับฟังการบรรยาย ฟังแผนธุรกิจต่างๆ วิธีการขาย เทคนิคต่างๆ ซึ่งวิธีการเหล่านี้เป็นแรงจูงใจให้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกได้อย่างง่ายดาย
  3. อ้างมีบุคคลมีชื่อเสียงร่วมธุรกิจด้วย การหลอกโดยใช้บุคคลมีชื่อเสียง เช่น ดารา นักร้อง ศิลปิน บุคคลชื่อดัง เป็นแบรนด์ของธุรกิจ หรือหลอกว่าร่วมลงทุนด้วย จะทำให้ประชาชนหลงเชื่อได้ง่าย ทั้งๆที่ความจริงบุคคลมีชื่อเสียงไม่มีส่วนรู้ร่วมคิดใดๆทั้งสิ้น
  4. ตรวจสอบบัญชีไม่ได้

รูปแบบแชร์ลูกโซ่

  1. ธุรกิจขายตรง ใช้สินค้าเพื่อบังหน้าในการร่วมธุรกิจ หลอกให้สมาชิกทำยอดขาย ยิ่งขายได้มากยิ่งได้กำไรมาก รวมถึงหลอกให้สมาชิกสมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายเพื่อหาสมาชิกเพิ่ม
  2. แพ็กเกจทัวร์เที่ยวรอบโลก จัดกรุ๊ปทัวร์เที่ยวเมืองในฝัน โปรโมชั่นสุดคุ้ม อ้างกรุ๊ปนี้เที่ยวพิเศษ มีสมาชิกเยอะแพ็คเกจถูก บริษัทร่วมกับสายการบินทำให้ราคาถูกกว่าปกติ แล้วเชิดเงินหนีไป
  3. ลงขันเล่นแชร์ออนไลน์ มิจฉาชีพสร้างกลุ่มออนไลน์ เช่น Facebook Line มีสมาชิกหลงเชื่อ ร่วมกันโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพ อ้างปันดอกเบี้ยเป็นรายสัปดาห์ ยิ่งกลุ่มมีมากขึ้น ก็จะปิดวงแชร์แล้วหนีหายไป
  4. ระดมทุนสร้างหุ้นเปิดบริษัท หลอกให้สมาชิกถือหุ้น แล้วจะมีตลาดหลักทรัพย์เข้ามาจดทะเบียน ทำฉากบังหน้าให้ดูถูกต้องตามกฎหมาย

วิธีการเอาตัวรอดจากการลงทุน

ให้ศึกษารายละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้งเสมอ แต่หากหลงเข้าไปเป็นสมาชิกแชร์ลูกโซ่แล้ว ต้องทำความรู้จักกับสมาชิกคนอื่นๆ ด้วย เมื่อเกิดปัญหาจะได้รวมกลุ่มยื่นการฟ้องร้องได้ และสิ่งสำคัญต่อมา คือ เก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่าง เช่น หนังสือสัญญา หลักฐานการโอนเงิน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รูปถ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่าทำให้สูญหายโดยเด็ดขาด ทั้งหมดจะเป็นหลักฐานสามารถแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย โดยแจ้งมาที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือโทร 1202

admin | krittipongpond@hotmail.com

Related Posts

‘ธุรกิจขายตรง’ เป็นธุรกิจเน้นทำตลาดสินค้า ในรูปแบบของการนำเสนอขายต่อผู้ซื้อโดยตรง ปราศจากพ่อค้าคนกลาง และตัวแทนของบริษัทจะได้รับผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์การยอดขาย อีกทั้งยังได้จากยอดรวมของทีมงานอีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกับบริษัทขายตรงที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยกัน ว่าจะมีเจ้าไหนบ้าง Amway Corporation บริษัทขายตรงที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ โดยมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัทแห่งนี้มีทั้งความเก่าแก่ , สินค้าคุณภาพเยี่ยม และมีตัวแทนคับคั่งมาโดยตลอด ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1959 โดย Amway มีคุณสมบัติโดดเด่นทางด้านผลิตภัณฑ์ อีกทั้งยังได้ทุ่มเทวิจัย รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่ ซึ่งมีห้องทดลองที่สร้างขึ้นมาสำหรับการวิจัยและค้นคว้าสินค้า Amway ที่มีคุณภาพ ผ่านการรองรับของนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการวิจัย , ค้นคว้าและพัฒนา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจสอบมากกว่า 500 ชีวิต นอกจากนี้ยังครอบครองสิทธิบัตรมากถึง 700 สิทธิบัตร และแน่นอนว่าผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง  Giffarine เป็นหนึ่งบริษัทขายตรงที่มีชื่อเสียงไปในทางยอดเยี่ยม จัดเป็นธุรกิจเครือข่ายชั้นนำซึ่งมีความแข็งแกร่งครบทุกด้าน และสร้างภาพจำในแง่บวกให้แก่บุคคลทั่วไปเป็นอย่างดี ถือกำเนิดขึ้นมาจากความมุ่งมั่นของเหล่าคณะแพทย์ รวมทั้งเภสัชกรที่ร่วมกันคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ Giffarine โดยผ่านการรับรองถูกต้องตามหลักวิชาการทุกประการ ผู้ก่อตั้งยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความจริงใจ อีกทั้งยังมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าในทุกผลิตภัณฑ์ โดย Giffarine มียอดขายเจริญเติบโตอย่างก้าวหน้าเพราะเกิดมาจากการวางแผนทางการตลาดอันมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร รวมทั้งแผนการขายอันมีประสิทธิภาพ จนกกระทั่งสามารถสร้างประสิทธิภาพให้แก่นักขายของ Giffarine ได้อย่างเปี่ยมล้น […]

เมื่อเกิดการเริ่มต้นในการลงทุนทำธุรกิจ แน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจย่อมอยากจะพาธุรกิจของตนเอง ก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น หากแต่อย่างไรก็ตามการทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นผู้ประกอบธุรกิจจำต้องสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตัวเองกันเสียหน่อย เพื่อเป็นการกระตุ้นพร้อมพาตนเองก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างถูกวิธี มีความรักต่อธุรกิจของตัวเอง ความสำเร็จ คือ สิ่งที่คุณต้องการต้องสร้างด้วยความมุ่งมั่น จริงจัง หากแต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องทำงานด้วยความรัก และความสนุกสนาน เมื่อนำสิ่งเหล่านี้มารวมกันจะทำให้คุณไม่ย่อท้อ สามารถก้าวข้ามผ่านจุดที่ยากลำบากไปได้อย่างราบรื่น หานิยามให้แก่ธุรกิจของตัวเองให้ได้ แนะนำให้คุณตั้งคำถามว่า ธุรกิจของคุณคืออะไร ? พร้อมหาคำนิยามสั้นๆ ให้แก่ธุรกิจของคุณ โดยถ้าคุณรู้แล้ว สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตัวบอกให้คุณได้ทราบว่า ตนเองควรจะเดินไปในทิศทางไหน อีกทั้งยังเป็นการสื่อสารให้ลูกค้าได้รู้ว่าคุณกำลังขายอะไร อีกทั้งยังง่ายต่อการกำหนดกลุ่มลูกค้าอีกด้วย นำเสนอคุณค่าไม่ใช่ราคาเท่านั้น คราวนี้เมื่อคุณรู้แล้วว่ากลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร และสินค้าของคุณเข้าไปตอบสนองความต้องการของชีวิตของเขาได้อย่างไรแล้ว คราวนี้ให้คุณมาวิเคราะห์ว่าคุณจะมอบคุณค่าอะไรให้กับเขาดี ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการมือใหม่หลายๆคนมองข้ามไป เนื่องจากคิดถึงแต่เรื่องราคาเพียงอย่างเดียว หากแต่คุณค่าจะทำให้ลูกค้าเชื่อใจธุรกิจของคุณในระยะยาว อย่ากลัวความล้มเหลว ถ้าคุณต้องการทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง จงอย่ากลัวความล้มเหลว ! เนื่องจากความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป หากแต่เป็นโอกาสที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้พร้อมเติบโต คุณต้องทำความเข้าใจว่าต่อให้คุณทำดีที่สุดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพบกับความสำเร็จเสมอไป หากแต่ให้นำความล้มเหลวนี้มาเป็นประสบการณ์อันแสนมีค่า พร้อมพยายามลงมือแก้ไขให้ดีขึ้นในอนาคตจะดีกว่า ที่จะมานั่งโทษตัวเอง อะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ ฟื้นตัวให้เร็วถ้าผิดพลาด เป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจบางครั้งก็ต้องพบกับคำว่า ‘ล้มเหลว’ ถ้าเป็นเช่นนั้นขอให้คุณอย่ามัวแต่เสียใจ และโทษตัวเอง หรือปล่อยตัวเองให้พบกับความเศร้ามากจนเกินไป คุณต้องปรับทัศนะคติตัวเองให้คิดในแง่ดี อีกทั้งให้นำความผิดพลาดนั้นมาวิเคราะห์พร้อมเรียนรู้ แล้วนำไปพัฒนาธุรกิจของตัวเองดีกว่า มีความเชื่อมั่นในตนเอง […]

‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ จัดเป็นวิธีหนึ่งของกลยุทธ์ในการขยายตลาด รวมทั้งสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายของธุรกิจนั้นๆ ด้วยการผ่านผู้ประกอบการอิสระ ทางด้านผู้ขายก็จะให้สิทธิเครื่องหมายทางการค้าไป รวมทั้งการสอนงานต่างๆ ซึ่งผู้ขาย ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ ของตนจะต้องมีเครื่องหมายการค้าเสียก่อน อีกทั้งจะต้องมีวิธีดำเนินธุรกิจในทุกสาขาให้อยู่ภายใต้ความเป็นระเบียบทางด้านมาตรฐานเดียวกันอย่างเป็นระบบอีกด้วย  ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ หนึ่งในธุรกิจน่ารู้ โดยการจัดธุรกิจแฟรนไชส์ จะต้องมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ กับผู้ที่ต้องการมาซื้อแฟรนไชส์ไปลงทุน อันเป็นค่าสิทธิในการประกอบธุรกิจ รวมทั้งการใช้ตราสินค้าของธุรกิจนั้นๆภายใต้ข้อกำหนด โดยผู้ขายแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะเสนอขายบริการต่างๆ เพื่อเป็นการตอบแทนกับรายจ่ายนี้ เพื่อการอำนวยความสะดวกสบายต่อการทำธุรกิจ อีกทั้งยังมีการอบรมบริการต่างๆที่มีประโยชน์อีกด้วย นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ซื้อต้องจ่ายในธุรกิจแฟรนไชส์อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ เงินสำหรับจัดการธุรกิจ ซึ่งเป็นค่าสิทธิต่อเนื่องจากการดำเนินธุรกิจ เปรียบได้ดั่งภาษีทางธุรกิจนั่นเอง โดยตามปกติแล้วผู้ซื้อแฟรนไชส์จะจ่ายเงินให้แก่ ผู้ขายแฟรนไชส์เป็นรายเดือน โดยมีการคิดจากสัดส่วนของยอดขายในแต่ละเดือน และทางผู้ขายแฟรนไชส์ ก็อาจมอบคุณประโยชน์ด้วยการให้บริการต่างๆที่เอื้อต่อความสะดวกสบาย ยกตัวอย่างเช่น การจัดรายโฆษณา , การสนับสนุนการขาย เป็นต้น ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ ต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่… มีทั้งผู้ซื้อ – ผู้ขายแฟรนไชส์ โดยเป็นความสัมพันธ์เกื้อกูลกันระหว่าง 2 ฝ่าย ที่มีการตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรในการทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งต้องมีสัญญาให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฏหมาย เพื่อสร้างระบบแฟรนไชส์ในตลาดให้มีมาตรฐาน มีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของเครื่องหมายการค้า รวมทั้งการบริการต่างๆ […]